พืชสมุนไพร เจริญเติบโตอยู่ในเขตร้อนชื้น จึงทำให้มีความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะพืชพื้นเมืองนานาชนิด เป็นทรัพยากรทางธรรมชาติที่สำคัญ ที่ประชาชนในท้องถิ่นต่าง ๆ นำมาใช้สำหรับการดำรงชีพมาช้านาน แต่ในอดีตที่ผ่านมาการศึกษาองค์ความรู้ต่าง ๆ เช่น การปลูก การเขตกรรม ตลอดจนภูมิปัญญาในการใช้ประโยชน์เกี่ยวกับพืชพื้นเมืองมีน้อยมาก ประชาคมโลกเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ตามหลักของการแพทย์ไทย ระบุว่าชีวิตมนุษย์ ประกอบด้วยร่างกายและจิตใจ สำหรับ
ร่างกายของมนุษย์เราประกอบด้วยธาตุทั้งสี่ คือ ธาตุดิน ธาตุลม ธาตุน้ำและธาตุไฟ ดังนั้นการเจ็บไข้เกิดจากการแปรปรวนและขาดสมดุลของธาตุทั้งสี่ การขาดสมดุลเกิดจากสาเหตุหลายประการ คนแต่ละคนมีพื้นฐานของสุขภาพส่วนตัวที่แตกต่างกัน ซึ่งจะสังเกตจากบุคลิกภาพและพฤติกรรมของตนเองว่าธาตุน้ำเด่น ธาตุไฟเด่น ธาตุดินเด่นและธาตุลมเด่น หรือบางคนอาจมีลักษณะธาตุเด่นผสมกันก็ได้ การปรับวิถีการดำรงชีวิตที่เหมาะสมของคน จะทำให้เกิดสมดุลของร่างกาย สุขภาพจะสมบูรณ์ปราศจากโรคภัยต่าง ๆ ได้ จากการสัมภาษณ์ของ ผศ.ดร.ทรงศักดิ์ จันทร์อุดม และผศ.ประพฤติ พรหมสมบูรณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาพืชศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์บางพระ พอจะสรุปประเด็นได้ดังนี้
สมาชิกบ้านผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มวิบูลย์ ได้กล่าวว่าผู้ใหญ่วิบูลย์ได้วางมาตรฐานไม่เป็นตามสากลมากนักคือ อาศัยจุดยืนที่ว่าจะไม่ขายส่งและทำให้ผู้คนเชื่อถือโดยตรง นอกจากนี้ยังให้ข้อคิดเรื่องอาหารพืชสมุนไพรเป็นอาหารดั้งเดิมและมีตัวยารักษาโรคด้วย ป่า ป่าละเมาะ ป่าชุมชน เข้าไปใช้ประโยชน์และเป็นแหล่งกำเนิดองค์ความรู้ สมุนไพรหลายตัวมีถิ่นกำเนิดจากต่างประเทศ เช่น ฟ้าทะลายโจร คิดว่าน่าจะมาจากประเทศจีน สูตรตำรับยาต่างๆ ที่ใช้ส่วนใหญ่ เป็นศาสตร์ความรู้จากประเทศอินเดียในเรื่องของผักพื้นบ้าน เช่น ชะมวง ติ้ว หวาย เต่าร้างและเต่าเขียด เป็นต้น
พระอธิการพิทักษ์ การรักษาโรคเป็นลักษณะผสมผสานระหว่างแผนไทยกับแผนปัจจุบัน บางอย่างหมอแผนไทยทราบ บางอย่างต้องอาศัยหมอแผนปัจจุบัน วินิจฉัยก่อน การแพทย์แผนไทยอาศัยหลักธาตุดิน, น้ำ, ลม, ไฟและอากาศเป็นหลักและใช้น้ำมัน นวดกายภาพบำบัด เป็นการผสมผสานกัน เช่น
ยาประคบ มีส่วนประกอบหลักๆ คือ ไพล การบูร ใบส้มป่อย บางตำราก็ใช้ไพลกับการบูร หรืออีกตำราใช้มะพร้าวขูด ห่อผ้านึ่ง
ไพล มีสรรพคุณในการลดอาการฟกช้ำ บวม ในการประคบต้องมีหลักในการประคบด้วย จึงจะทำให้การรักษาได้ผลดียิ่งขึ้น
ในการรักษาจะต้องมีเทคนิคหรือมีจิตวิทยา ในการรักษา ทำให้คนป่วย เกิดความรู้สึกที่ดี
พิกัดเบญจกูล ประกอบด้วย สะค้าน ขิง เจตมูลเพลิง ชะพูลและดีปลี ซึ่งแต่ละตัวจะมีสรรพคุณแตกต่างกันไป
ตำราแก้ท้องเสีย ท้องเดิน
เปลือกอบเชย หนัก 70 กรัม กานพลู หนัก 40 กรัม ตำพอแหลกใส่น้ำ 1 ลิตร ต้มจนเดือด กรองเอากากออก นำน้ำที่กรองผสมกับสีเสียด การบูร แทรกและเติมน้ำเดือดจนกระทั่งได้น้ำรวม 3 ลิตร รับประทานครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ 3 เวลาหลังอาหาร
ตัวยาที่ใช้ประจำ
ข่าต้นหรือเทพธาโรหรือไม้จวง สรรพคุณ รสร้อน ขับลมในกระเพาะ แก้ท้องร่วง
กำแพงเจ็ดชั้น เนื้อในของกิ่งต้นมีลักษณะเป็นชั้น ๆ สรรพคุณ แก้ไข้ทับระดู แก้ลม
เบญจโลหะวิเชียร (พญา 5 ราก) ประกอบด้วย รากคนทา รากย่านาง รากเท้ายายม่อม รากชิงชี่และรากมะเดื่อชุมพร สรรพคุณ แก้ไข้ แก้ไข้เพื่อดี เพื่อโลหิต แก้ไข้พิษ ไข้เหนือ ถอนพิษ ผิดสำแดง แก้ไข้ปวดหัว แก้ปวดเมื่อย
ฝางเสน นำมาต้มหรือนำมาฝน บำรุงเลือด ฟอกเลือด
ใบมหากาฬ นำมาตำผสมเหล้าหรือน้ำซาวข้าว รักษาผื่นคัน
ว่านหางจระเข้ ใช้วุ้นว่านหางจระเข้ปิดแผลไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก
เมล็ดต้อยติ่ง, ดินสอพองเผาไฟ พิมเสนแทรก นำมาตำโขลกให้เหนียว ใช้แก้พิษหนอง, ฝี
สิงหโมรา โขลกกับเหล้า พอกที่บริเวณที่เริ่มจะเป็นหนอง
มะกรูด นำมาเผา จิ้มกับเกลือ ใช้แก้ไอ
มะแว้ง แก้ไอ เป็นยาอมมะแว้ง
ยอดอ่อนขี้เหล็ก นำมาตากแห้งบดผง ใช้เป็นยาคลายเครียด (อย่าเอาใบแก่) นอกจากนี้ยังใช้เป็นยาระบายได้ด้วย
บวบขม นำยอดอ่อนจิ้มกับน้ำพริก ลูก (เมล็ด) นำมาตากแห้งบดผง กินกับน้ำผึ้ง แก้หืดหอบ แก้ภูมิแพ้ คนอายุน้อย ให้ใช้บวบขม 1 ลูก น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ ต้มเดี่ยว รับประทานครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ จะทำให้อาเจียน ถ่ายท้อง อาการภูมิแพ้จะดีขึ้น สำหรับคนอายุมาก ๆ และเป็นหืดนานแล้ว ห้ามรับประทาน
ทับทิม รากทับทิม ใช้รักษาอาการท้องเดินในเด็กอ่อน ใบใช้ขับพยาธิ
จุนสี สารส้ม ดินประสิว ดีเกลือ แก้ระดูขาว พิษงู ไซนัสและฝี การปรุง โดยนำตัวยาทั้งหมดใส่ในไหกระเทียมจีน ปิดฝาไหเอาดินเหนียวปิด เจาะรูใส่กระบอกทนไฟ (ไม่ต้องเติมน้ำ) เอาไปตั้งไฟให้ตัวยากลั่นออกมาเป็นหยดน้ำ การใช้ยากลั่น 1หยดผสมน้ำสะอาด 1 ขวดขาว (750 ซีซี)
ยาดำ เป็นยาอันตรายต่อหญิงมีครรภ์ ก่อนนำมาใช้ควรฆ่าฤทธิ์ก่อน
ปรอท การทำให้ปรอทนิ่ง เป็นผง ทำโดยใส่ปรอทลงในถ้วยแล้วใส่น้ำมะนาวลงไป
หมอเซ้ง แซ่ลี่ (อ. พนมสารคาม จ. ชลบุรี) กล่าวถึงการรักษาวัณโรคได้รับการบอกเล่ามาและได้ไปเรียนรู้จากอาจารย์ที่บ้านทุ่งแต้ จ.ยโยธร รักษาโรคใช้ยา 5 หม้อ ซึ่งประกอบด้วยตัวยา 3 อย่างคือ
1. ต้นแฟบ ลักษณะต้นใหญ่ เป็นไม้เนื้อแข็ง มีตุ่มแบบแหนม เมล็ดคล้ายพริกไทย คนลาวเรียกว่า หัวลิง
2. ต่อไส้
3. อ้อยดำ
นำเอาตัวยาทั้ง 3 อย่าง มาต้มเคี่ยวจนได้น้ำสีแดง ดื่มแบบน้ำชา มีรสฝาดนิด ๆ สามารถต้มกินได้ จนกว่าจะจืด
การเก็บตัวยา สามารถเก็บได้เฉพาะวันอังคารได้วันเดียว วันอื่นเก็บไม่ได้ และต้องมีคาถาเสกกำกับไว้แล้วเก็บเป็นมัด ๆ ผู้ป่วยที่กินยาตำรับนี้ ห้ามกิน ปลาไหล กุ้ง เหล้า และบุหรี่ ที่แสลงจัดคือกุ้ง
ต้นระลอกน้ำข้าว ใช้รากฝนกับเหล้าหรือน้ำซาวข้าว ทารักษาตุ่มพิษ ซึ่งมีลักษณะตุ่มใส ๆ ไม่มีหัวแบบลิง บริเวณตุ่มปวดเจ็บ
หมอสุนทร ทองนพคุณ (อ. พนัสนิคม จ. ชลบุรี) ได้ให้ความเห็นถึงการใช้ยาแผนไทยว่ายาตำรับแผนไทยมีข้อด้อยคือกินยาก ส่วนสมุนไพรเป็นต้นไม้ซึ่งเกิดขึ้นเองในประเทศไทยกำเนิดในพื้นเมืองและไม่ใช่เครื่องเทศ
เครื่องเทศ คนไทยเรียกเครื่องแกงอย่างหนึ่ง เช่น ขิง ข่า เร่ว กานพลู ลูกจันทร์ ดอกจันทร์และกระวาน ฯลฯ และของที่ส่งเข้ามาจากต่างประเทศ เช่น เทียนแดง เทียนดำ เทียนขาว เทียนข้าวเปลือกและราชดัด ก็จัดเป็นเครื่องเทศ แต่มีคำจำกัดความเพิ่มว่า ถ้าสมุนไพรนั้นมีประวัติว่าเข้ามาจากต่างประเทศ แต่เข้ามานานแล้วก็ถือว่า เป็นสมุนไพรเหมือนกัน เช่น มะขามเทศ
ฟ้าทะลายโจร ไม่ได้มีถิ่นกำเนิดในไทย แต่เข้ามาในประเทศไทยนานแล้ว (กล่าวกันว่าชาวจีนที่อพยพมาเมืองไทยในยุคแรกได้นำเมล็ดพันธุ์มาจากประเทศจีน) ฟ้าทะลายโจรใช้รักษาอาการเจ็บคอ ทอนซิลอักเสบ ไข้หวัด
ตำรายา องค์ความรู้เกี่ยวกับยาไทย
1. จากการเผยแพร่ศาสนาของอินเดีย
2. มาจากคนจีนที่อพยพเข้ามาในประเทศไทย
3. ตำรายาไทยที่กำเนิดในไทย
บอระเพ็ด นำยางใช้ป้ายตา แก้เจ็บตา เถา นำมาต้มน้ำดื่ม แก้ตัวร้อน แก้ไข้
หญ้าแพรก ใช้ขับปัสสาวะ แก้คัน แก้นิ่ว หินปูน ลดความร้อน นำมาล้างให้สะอาด ต้มรับประทาน
หญ้าปลักควาย ใช้แก้ไข้ตัวร้อน ไข้กาฬ
นำหญ้าปลักควาย คั่ว ผสมกับหญ้าแพรก สามารถใช้แก้ไข้ตัวร้อน ไข้กาฬ ดับพิษร้อน
ลำโพง ใช้แก้อาการกระสับกระส่าย (ใช้ส่วนไหนก็ได้แต่ส่วนรากจะดีที่สุด) เมล็ดลำโพงกินเล็กน้อยทำให้ฉลาด ถ้ากินมากเมาเป็นบ้าเสียสติได้
: บทความให้ความรู้ทั่วไป โดย Admin. ขอบคุณบทความต้นฉบับ และรูปภาพจาก bloggang.com


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น